ความยอดเยี่ยมของ “ฟาน ไดค์” ที่ทำผลงานให้กับ “ลิเวอร์พูล”


ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาหลายคนแสดงความกังขาว่ามันจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือไม่ กับการที่พวกเขายอมควักกระเป๋าเป็นเงินสูงถึง 75 ล้านปอนด์
(ประมาณ 3,375 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน จนทำให้ ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ฟาน ไดค์ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ ลิเวอร์พูล ใช้ไปเพื่อเป็นค่าตัวของเขามันไม่สูญเปล่า หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่น จนช่วยให้ “หงส์แดง” เป็นรองจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก อยู่ในตอนนี้ ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าตรง
จุดไหนบ้างที่ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ทำได้แข็งแกร่ง โดยเราไม่ได้มาพูดถึงความโดดเด่นของเขาเฉย ๆ แต่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการจาก พรีเมียร์ลีก มายืนยันด้วย

ในฤดูกาลนี้ “ฟาน ไดค์” เข้าสกัดใส่คู่แข่งไปแล้วทั้งหมด 13 ครั้ง ซึ่งดูเผิน ๆ แล้วตัวเลขมันอาจจะน้อย แต่ส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะทีมใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ไม่ต้องเล่นเกมรับมากเท่ากับทีมอื่น ๆ จนทำให้เกมรับ
ไม่เจองานหนักมากเกินไป ที่สำคัญกว่าเรื่องการเข้าสกัด คือความแม่นยำในการทำอย่างนั้น ซึ่งดาวเตะวัย 27 ปี ก็ทำผลงานตรงจุดนี้ได้น่าประทับใจสุด ๆ เพราะเขามีเปอร์เซ็นต์เข้าสกัดสำเร็จในพรีเมียร์ ลีก
สูงถึง 77 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ขณะที่ อิดริสซ่า กาน่า เกย์ ดาวเตะ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นคนที่เข้าสกัดมากที่สุดในตอนนี้ของศึก พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่น 2018-19 มีเปอร์เซ็นต์การเข้าสกัดสำเร็จอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์
โดย เกย์ ทำการสกัดไป 57 ครั้ง แน่นอนว่าการเข้าสกัดได้แม่นยำมันทำให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูได้ และไม่เสียฟาวล์ด้วย ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้ ลิเวอร์พูล จะเพิ่งเสียประตูในลีกไปเพียงแค่ 5 ลูกเท่านั้น

ด้วยส่วนสูง 193 เซนติเมตรของฟาน ไดค์ และร่างกายที่ดูแข็งแกร่ง ทำให้การเล่นลูกกลางอากาศถือเป็นจุดเด่นของ ฟาน ไดค์ ตั้งแต่สมัยที่เขาอยู่กับ เซลติก และ เซาธ์แฮมป์ตัน แล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ตัดสินใจเทเงินดึง ฟาน ไดค์ มาร่วมทีม หลังจากมาสวมเสื้อของ ลิเวอร์พูล แล้วนั้น ฟาน ไดค์ ก็ยังทำได้โดดเด่นในด้านนี้ โดยในฤดูกาล 2018-19 เขาชนะเวลาแย่งบอลกลางอากาศ
ได้ถึง 44 ครั้ง และแพ้เพียง 22 หน ซึ่งถ้าเทียบกับเฉพาะบรรดาทีมในกลุ่มท็อปซิกซ์ (ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) แล้วล่ะก็ เขาก็ถือเป็นนักเตะที่ชนะ
การดวลกลางอากาศมากที่สุดเป็นอันดับ 2 เป็นรองแค่ ชโคดราน มุสตาฟี่ ปราการหลังชาวเยอรมันของ อาร์เซน่อล เพียงคนเดียวเท่านั้น โดย มุสตาฟี่ ทำได้ 48 หน

“ฟาน ไดค์” ยังเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายด้วยการโหม่งได้ถึง 31 ครั้ง จากการเคลียร์บอลรวมทั้งหมด 67 หนด้วย ซึ่งในกลุ่มท็อปซิกซ์เขาก็โหม่งเคลียร์บอลแพ้เพียง มุสตาฟี่ กับ ดาวิด ลุยซ์ ปราการหลัง เชลซี เท่านั้น
เขาว่ากันว่าคนเป็นกองหลังต้องรับมือกับสถานการณ์ที่สำคัญ อย่างเช่นการดวลกับคู่แข่งแบบตัวต่อตัวให้ได้ ซึ่ง ฟาน ไดค์ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมในด้านนี้ เพราะเขาชนะจังหวะดวลกับคู่แข่งถึง 64 หนเลยทีเดียว นอกจากนี้
ในจังหวะแบบ 50/50 เจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกก็ยังตัดบอลได้สำเร็จถึง 2 ครั้งด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังไม่เคยเล่นผิดพลาดจนนำไปสู่การทำให้ทีมเสียประตูแม้แต่ครั้งเดียวอีกต่างหาก
ขณะที่ในด้านการตามไปเก็บบอลที่หลุดออกมาจากการครองบอลนั้น ฟาน ไดค์ ก็ยังทำได้ถึง 58 ครั้งด้วย ซึ่งการทำอย่างนั้นได้มันช่วยให้ทีมไม่ต้องเจอกับความกดดัน และสามารถเปิดเกมบุกได้นั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published.