สรุปผลงานนักเตะ เชลซี ศึกยูโร 2020

สรุปผลงานนักเตะ เชลซี ศึกยูโร 2020

เชลซี ถือว่าเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากในซีซั่นก่อน การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ UCL ด้วยโค้ชที่เปลี่ยนมากลางซีซั่นว่าสุดยอดแล้ว แถมยังได้แชมป์อีกนั้นสุดยอดกว่าอีก งานนี้ต้องให้เครดิต โค้ชอย่าง ทูเคิ่ล ที่เข้ามากลางทางแล้วไม่ซื้อใครเลย เค้าทำงานด้วยการรีดศักยภาพของนักเตะที่มีอยู่ให้พุ่งถึงขีดสุดเท่านั้น เลยไม่แปลกที่เชลซีจะส่งออกนักเตะไปในนามทีมชาติมากที่สุดในยูโรหนนี้ เราไปย้อนดูฟอร์มของพวกเค้ากัน

ฝรั่งเศส

หนึ่งในตัวเต็งของศึกยูโรหนนนี้อย่าง ฝรั่งเศส ที่เราต้องบอกว่าเค้าคือตัวเต็ง อย่างหนึ่งเป็นเพราะนักเตะของพวกเค้าหลายคนอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดมาก อย่างตัวแทนจากเชลซี ก็ส่งเข้าประกวดสามคน กองเต้ คนนี้ต้องบอกเลยว่า น่าเสียดายมากเค้าอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดมาก การวิ่งป่วนไปทั่วเพื่อทำลายเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม กลายเป็นของแสลงของใครหลายคน น่าเสียดายแม้จะเล่นดีแต่เพื่อนไม่เอาด้วย ก็เลยเหมือนโดนมองข้ามไป ไม่งั้นฝรั่งเศสคงไปได้ไกลกว่านี้ สองโอลิวิเยร์ ชิรูด์ คนนี้ถือว่าติดไปในฐานะกองหน้าตัวสำรอง แบบเล่นหน้าเป้า หน้าค้ำ ลงเล่นไปสองเกม ทำอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไร เป็นอีกหนึ่งทัวร์ที่เล่นได้น่าผิดหวัง(อีกครั้ง) แถมมีประเด็นอีก ส่วนคนสุดท้าย เคิร์ท ซูม่า คนนี้ไปก็จริงแต่ไม่ได้ลงสนามเลยก็ไม่รู้จะบอกว่าดีหรือแย่

เยอรมัน

อีกหนึ่งชาติที่นักเตะจากตัวแทนของเชลซี มีความคาดหวังสูงเหมือนกัน เริ่มต้น ที่อันโตนิโอ รูดิเกอร์ คนนี้เล่นไปสี่เกม เป็นตัวจริงทั้งหมด แท็คเกิ้ลไปสามครั้ง และเคลียร์บอลสำเร็จ สิบครั้ง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทัวร์ที่มองจากเกมรับถือว่าเล่นได้ดีตามมาตรฐาน แต่การขึ้นไปช่วยเกมรุกยังไม่ดีเท่าไร สองไค ฮาร์แวตช์ คนนี้แฟนบอลเยอรมันน่าจะคาดหวังสูง เนื่องจากฟอร์มในสโมสรเค้าพึ่งได้จริง เล่นไปสี่เกม ทำไปได้สองประตู ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ดี น่าเสียดายที่ทีมตกรอบไปก่อน แต่เค้าก็แสดงให้เห็นว่าเค้าคือผู้นำของทีมคนต่อไปได้ สามติโม แวร์เนอร์ นี่เป็นอีกครั้งที่เราผิดหวังในตัวนักเตะคนนี้ ลงเล่นไปสามเกม ทำอะไรไม่ได้เลยทั้งประตู และแอสซิสต์ น่าจะต้องกลับไปเรียกฟอร์ม เรียกความมั่นใจกันมาใหม่

อาร์เซนอล ทีมที่จัดการนักเตะในตลาดหน้าหนาวได้ดีที่สุด

อาร์เซนอล ทีมที่จัดการนักเตะในตลาดหน้าหนาวได้ดีที่สุด

มองจากฟอร์มในสนามของอาร์เซนอล เวลานี้ถือว่าแฟนบอลหลายคนส่ายหัวและรับไม่ได้เหมือนกับกับฟอร์มที่ดีแบบไม่ต่อเนื่อง บางเกมก็กระท่อนกระแท่นมาก แต่ว่าเรื่องหนึ่งที่เราจะบอกว่าดีใจได้เลยก็คือ การจัดการกับทีมนักเตะในช่วงตลาดหน้าหนาว เรายอมรับเลยว่า อาร์เซนอล ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

การปล่อยนักเตะออกไป

ว่ากันเรื่องการปล่อยนักเตะออกไปก่อน อาร์เซนอลเวลานี้ ถือว่าทำได้ตามเป้าหมาย ด้วยการปล่อย เมซุต โอซิล ออกจากทีมไปซบ เฟเนห์บาเช่ จริงอยู่ว่ามองจากเรื่องฟุตบอลการเสียเค้าไปเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ว่ามองจากสปิริตของทีมและความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้นมาเรื่อยๆการปล่อยเค้าออกไปน่าจะตอบโจทย์ที่สุด ไม่เท่านั้นการปล่อยตัวนักเตะอย่างโซคราติส, ชโครดาน มุสตาฟี่, และ โคลาซินัซ ก็ถือว่าเหมาะสม เพราะนักเตะกลุ่มนี้แทบจะไม่ได้ลงสนามไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมด้วยซ้ำ การปล่อยไปน่าจะทำให้ลดค่าเหนื่อยนักเตะมากพอสมควร

ฝั่งดาวรุ่งเองก็เช่นกัน หลายคนได้โอกาสลงสนามก็เห็นแล้วว่า มันไม่เวิร์คเลย การทนให้เค้าเล่นต่อไปแบบนี้จะทำร้ายความมั่นใจซะเปล่าๆ เลยทำให้เราเห็นดาวรุ่งอย่าง วิลเลียม ซาลิบา, โจ วิลล็อค , แมตแลนด์ ไนล์ส ออกจากทีมไปแบบยืมตัว ซึ่งหากพวกเค้าทำได้ดี มันก็จะดีต่ออนาคตของพวกเค้าเองและทีมโดยรวม

การเสริมทีม

มาดูการเสริมทัพบ้าง อันนี้ต้องยกนิ้วให้กับทีมเจรจาเลย เพราะว่าการดึง มาร์ติน โอเดการ์ด แบบยืมตัวมาจากรีล มาดริดได้ เป็นอะไรที่ว้าวมาก แม้ว่าจะมีคำถามว่า เจ้าตัวจะดีพอแค่ไหนกับการเล่นในพรีเมียร์ลีคก็ตามที แต่เราก็สามารถหวังความวูบวาบ ของเค้าได้อยู่นะ อีกดีลเป็นการดึง แมต ไรอัน มาจากไบร์ทตัน มาซัพพอร์ตตำแหน่งผู้รักษาประตู ก็ถือว่าพอใช้ได้ เป็นอะไหล่ได้ดี

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ถูกใจแต่ผิดที่ ผิดเวลา

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ถูกใจแต่ผิดที่ ผิดเวลา

การเป็นนักเตะอาชีพนั้น นอกจากผลงานการเล่นในสนาม การฝึกซ้อมอย่างหนักแล้ว การเลือกให้ตัวเองอยู่ในทีมที่ถูกที่ ถูกเวลา บางทีมันก็เป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน บางคนเล่นดีแต่ไปอยู่ในทีมที่ไม่ถูกที่ ถูกเวลา ความสำเร็จก็ไม่เกิด อย่างเช่น เคสของเราตอนนี้อย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่ต้องบอกว่าถูกใจแต่อยู่ผิดที่ ผิดเวลา

การจากลาจากลิเวอร์พูล ไปบาร์ซา
นักเตะชาวบราซิลคนนี้หากมองเรื่องฝีเท้าต้องบอกว่าเค้าไม่เป็นรองใครในตำแหน่งกองกลางตัวรุกเลยทีเดียว ลูกเล่นแพรวพราว จับตัวยากมาก ครั้งที่ใส่เสื้อลิเวอร์พูลเค้าเป็นเหมือนศูนย์กลางของทีม ศูนย์กลางของแฟนบอลเลย แต่สุดท้ายเจ้าตัวกลับเลือกที่จะย้ายไปในตลาดหน้าหนาวตอนที่ทีมกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเพื่อไปตามความฝันของตัวเองด้วยการไปเล่นในทีมบาร์เซโลน่า ซึ่งตอนนั้นแม้เจ้าตัวถึงกับร้องไห้ทีเดียว แต่แฟนบอลกลับสาปแช่งกันทีเดียวจากการทิ้งกันไปกลางฤดูกาลแบบนี้

ถูกใจ แต่ผิดที่ ผิดเวลา
พอเจ้าตัวได้ไปเล่น บาร์เซโลน่า ตามใจถูกใจของตัวเองแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าเหมือนผิดเวลา เพราะไปแล้วก็ไม่สามารถแย่งตำแหน่งตัวจริงจากเมสซี่ได้ หรือจะเล่นร่วมกับเมสซี่ก็ไม่ได้อีก ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นสำรองแทบไม่ได้ลงเล่น ส่วนลิเวอร์พูลต้นสังกัดเก่าเหมือนชะตาเล่นตลก พอคูตินโญ่ไป เฟอร์มิโน่มาเล่นแทน ลิเวอร์พูลดีขึ้นเรื่อยๆจนได้แชมป์ UCL จนต่อยอดมาถึงซีซั่นนี้ที่จะได้แชมป์ลีคอยู่แบบไร้พ่ายด้วยซ้ำ ซึ่งน่าคิดว่าถ้าคูตินโญ่ยังอยู่ ลิเวอร์พูลจะอยู่จุดนี้ได้หรือไม่ เทียบแล้วกราฟมันสวนทางกันอย่างมากทีเดียว

ทางเลือกที่ไม่มีให้เลือก
ชะตาของ คูตินโญ่ ตอนนี้เหมือนคนดวงตก ยืมตัวไปเล่นกับบาเยิร์น มิวนิคก็ไม่เด่นเลย จนบาเยิร์น ว่าจะซื้อไม่ซื้อแน่นอน จะกลับไปบาร์ซาก็ไม่มีที่ว่างให้ลง เรียกได้ว่าตอนนี้ทางเลือกของเจ้าตัวแทบไม่มีให้เลือกเลย ต้องมาดูกันว่าจบซีซั่นนี้ เค้าจะไปอยู่ที่ไหน นี่แหละชีวิตนักฟุตบอล เลือกผิดชีวิตเปลี่ยนเลย

 

ไม่ซื้อ ไม่ใช่ไม่เปลี่ยน

ไม่ซื้อ ไม่ใช่ไม่เปลี่ยน

เชื่อว่ามองไปตอนนี้ แฟนบอลลิเวอร์พูล อาจจะกำลังคิดมากอยู่เหมือนกัน เพราะว่าทีมของพวกเค้าเองนั่นแทบจะไม่ได้ซื้อใครเข้ามาเลย แถมมองกลับไปที่เพื่อนร่วมลีค แต่ละคนเสริมกันโหดทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้กับดีล นาธาน อาเก้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับดีล ฟานเดอบีค และเชลซีที่เสริมแบบไม่เหลือให้เพื่อนซื้อเลย ส่วนพวกเค้ามีเพียงแค่ ซิมิคาส ที่เข้าทีมมาเพียงแค่คนเดียว ทำเอากุมขมับเลยว่าจะสู้เค้าได้หรือไม่ เราจะบอกว่าการไม่ซื้อไม่ใช่ไม่เปลี่ยนนะ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
การดัน เกอิต้า กับ มินามิโนะ
หากเหล่าเดอะค็อปยังจำกันได้ ทีมได้ซื้อนักเตะมาอีกสองคนเป็นเวลานานแล้วนั่นก็คือ นาบี้ เกอิต้า และ ทาคุมิ มินามิโนะ สองคนนี้ ต้องบอกว่า คล็อปป์ ฉลาดมาก เค้าไม่ได้ซื้อนักเตะที่เก่งระดับซุปตาร์มา แต่ซื้อระดับเกือบที่จะเก่งจากนั้นก็เอามาพัฒนาต่อเพื่อให้เข้ากับระบบและเล่นเพื่อทีม ซึมซับวัฒนธรรมองค์กร ความเป็นทีม จนสุกงอม แล้วตอนนี้ทั้งสองคนก็สุกงอมตามที่ว่าไปแล้วเรียบร้อย ดังนั้นการไม่ซื้อคนใหม่แต่จะดันสองคนนี้ขึ้นมารับบทบาทเต็มตัว เป็นทั้งตัวจริง และ ตัวสำรองพลิกเกม อันนี้ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแนวทางการเล่นด้วยเหมือนกัน
ตัวแบ็คอัพ ของแบ็ค
จุดตายอย่างหนึ่งของลิเวอร์พูล ที่บอกเลยว่ามันยังเห็นไม่ชัดเท่าไรในตอนที่ไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีคอยู่ ก็คือ ตัวสำรองของแบ็คทั้งสองข้างของ เทรนท์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ขาดสองคนนี้ หรือ คนใดคนหนึ่งไปนี่ลำบากเลย เราจะเห็นว่าช่วงท้ายซีซั่น จนถึงปรีซีซั่นนี้ คล็อปป์ได้เลือกแก้ปัญหานี้สองทางเลือก หนึ่งดันเนโก้ วิลเลี่ยมส์ ขึ้นมามากขึ้น กับ ซื้อ ซิมิคาส มาเป็นแบ็คอัพอีกทางหนึ่งด้วย บอกได้เลยว่าการแก้ปัญหาได้ตรงจุดแบบนี้มันก็เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า เปลี่ยนแก้ไขจุดอ่อนด้วยเหมือนกัน
เปลี่ยนวิธีการเล่น
สุดท้ายการไม่ซื้อตัวนักเตะอย่างบ้าคลั่ง มันก็มีวิธีอื่นที่จะเปลี่ยนด้วย นั่นก็คือ เปลี่ยนวิธีการเล่นแทน เราเชื่อว่าสามเทพแดนหน้าอาจจะมีลูกเล่นอะไรใหม่ๆ ให้ฝ่ายตรงข้ามต้องมาปวดหัวอย่างแน่นอน ซึ่งหากพวกเค้ามีอาวุธใหม่ก็เท่ากับว่า ลิเวอร์พูล เปลี่ยนได้แบบที่รู้ว่าไม่เปลี่ยนด้วยซ้ำ

โอเดียน อิกาโล พร้อมลุยเชลซี ในฐานะนักเตะแมนฯ ยู

โอเดียน อิกาโล
หลังจากยืมตัวโอเดียน อิกาโล กองหน้าชาวไนจีเรียจากเซี่ยงไห้ เสิ่นหัวมาในวันสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขายนักเตะเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะให้เขาได้ลงเตะกับทีมในการแข่งที่พบกับสิงห์บูล เชลซี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เข้าร่วมซ้อมกับทีมในแคมป์ที่สเปนเมื่อช่วงพักเบรกที่ผ่านมาก็ตามเนื่องด้วยสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่า
“แน่นอน เขาต้องไปกับพวกเรา” โอเล กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมปิศาจแดงกล่าวผ่านสื่อของสโมสร “เราอาจจะดูเขาซ้อมช่วงอาทิตย์นี้ และผมว่าเราจะทำให้เขาได้เล่น แน่ละ เราต้องการให้เขาร่วมลงเตะกับทีมให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะเอาจริง ๆ เขาเองก็อยากจะเล่นกับพวกเราจะแย่แล้ว”
ทางด้านรองประธานสโมสรอย่าง เอ็ด วู้ดเวิร์ด ได้ออกมาบอกเหล่าแฟนคลับของปิศาจแดงว่าพวกเขามองเห็นโอกาสที่สำคัญในช่วงซัมเมอร์นี้ที่ทางสโมสรจะได้ฟอร์มกลับมาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าว่าพวกเขาจะยังไม่ได้อยู่ในอันดับที่พวกเขาต้องการนัก โดยวู้ดเวิร์ดได้กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของโอเล กุนนาร์ โซลชา เนื่องด้วยอันดับในพรีเมียร์ลีกของทีมนั้นตกลงมาอยู่อันดับที่แปดจากตาราง
“การเซ็นสัญญาระหว่างบรูโน เฟอร์นันเดสในสัปดาห์นี้ และการกลับมาของผู้เล่นหลักที่บาดเจ็บไป จะช่วยเสริมกำลังให้กับโอเล และลูกทีมในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลนี้ เรายังเหลือเกมการแข่งขันในยูโรป้าลีก และเอฟเอคัพ เพื่อเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก ดังนั้นยังมีเกมอีกมากให้เราได้เล่น”
“แต่ถึงยังงั้น ในฐานะของสโมสรและบอร์ดบริหาร พวกเราทราบดีว่าพวกเรายังไม่อยู่ในจุดที่พวกเราต้องการ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกคนในสโมสรคือการที่พวกเราได้กลับมาชิงพรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ลีก ถึงแม้ว่าหนทางมันจะไม่ได้ง่ายนัก แต่ทุกคนเองก็พยายามอย่างเต็มที่ ตามบทบาทที่ได้รับ เพื่อให้ไปถึงสิ่งที่พวกเราหวัง การลงทุนที่ทางสโมสรทำไปก็เพื่อสร้างให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น เรามีทีมจัดหาที่คอยดูผลงานและวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เล่นเล่านั้น โดยเราเน้นที่ประสบการณ์และผู้เล่นที่อายยังน้อยแต่ฝีมือดีที่พร้อมจะพัฒนาไปต่อได้อีก”

อันเช่ สถานีต่อไปทางไหนดี

ถือว่าเป็นข่าวเศร้ารับขวัญนาโปลีเลย แม้ว่าพวกเค้าจะผ่านเข้ารอบต่อไปของ UCL อย่างหืดจับที่สุด แต่สุดท้ายพวกเค้าก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงของทีมเพื่อก้าวไปข้างหน้า จึงไม่แปลกสุดท้ายพวกเค้าเลือกที่จะปลดกุนซือของทีมอย่าง คาร์โล อันเชลอตติ ออกจากทีมไป ตรงนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่า เค้าจะไปทางไหนต่อดี
อาร์เซนอล
หลังจากมีข่าวว่า พวกเค้าเตรียมดึงกุนซือยอดฝีมืออย่าง น้ากรี เข้ามาคุมทีมต่อจาก อูไน เอเมอรี่ แต่ก็เหมือนยังไม่มีอะไรคืบหน้า การหันไปดึงตัว คาร์โล อันเชลอตติ มาทำทีมอาร์เซนอล ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี อันเช่ บอลบุก บอลแท็คติค นี่คือจุดแข็งที่ใครๆก็รู้กันดี แถมบารมีก็ไม่น้อย ยังไม่รวมถึงการเคยมาทำงานที่พรีเมียร์ลีคกับเชลซีมาก่อนด้วย น่าจะปรับตัวคุ้นเคยได้ไม่ยาก ดีลนี้น่าสนใจมาก
เอฟเวอร์ตัน
อีกข่าวหนึ่งที่เซอร์ไพร์สมากก็คือ เอฟเวอร์ตัน เตรียมรุดเข้าทาบ คาร์โล อันเชลอตติด้วย หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นข่าวนั่งเทียน แต่เราบอกเลยว่าของอย่างนี้มีมูลแน่นอน อาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่หาก นาโปลี สามารถดึงตัว อันเช่ ไปคุมทีมได้ เอฟเวอร์ตัน ก็มีโอกาสได้เหมือนกัน ลองนึกภาพเอฟเวอร์ตัน มีอันเช่ นั่งอยู่ข้างสนามคงเป็นภาพที่น่าสนใจมากทีเดียว ทำเป็นเล่นไปโลกฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้
บาเยิร์น มิวนิค
มองไปที่บุนเดสลีก้า หลายคนอาจจะไม่ชินตาเท่าไร ตารางคะแนนตอนนี้บาเยิร์น มิวนิค ทีมใหญ่ขาประจำของลีคไม่ติดแม้แต่สี่อันดับแรกด้วยซ้ำ นี่เป็นเรื่องวิกฤติไม่ปกติของทีมเลย แม้จะเอากุนซือคนใหม่เข้ามาแต่ดูทรงแล้วไม่ดีขึ้นเลย การดึงอันเช่ คนคุ้นเคยกลับมาทำทีมอีกรอบหนึ่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี แล้วเจ้าตัวก็น่าจะโอเคด้วย กลับไปคุมทีมใหญ่ที่อาจจะไม่ง่ายเหมือนเดิมแต่กลับขึ้นมาลุ้นแชมป์ลีคแน่นอน จากสามทางเลือกที่ออกข่าวมาต้องมาดูกันว่า อันเช่ จะเลือกไปทางไหน แต่ใจอยากให้มาพรีเมียร์ลีคนะ จะได้ประลองกึ๋นกับกุนซือระดับเทพๆกันสนุกเลย

7.อินเตอร์ มิลาน คือตัวอย่างว่าทำไมผู้จัดการทีมถึงสำคัญ

มองไปที่สถานการณ์ในลีคอิตาลี อย่าง เซเรีย อากันบ้าง แน่นอนว่าตอนนี้ยูเวนตุส ดูจะเป็นทีมที่น่าจะครองลีคนี้ไปอีกหลายสมัยเลย หลังจากกลับมาจากซีรีย์บีได้จากคดีมันโช่โปลี ดูพวกเค้าไม่อ่อนแอลงเลยสักนิด กลับกันดูแข็งแกร่งกว่าเดิมด้วยซ้ำไป แต่อีกหนึ่งที่ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงนั่นก็คือ อินเตอร์ มิลานนั่นเอง
อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้เค้ามากอบกู้
ต้องยอมรับว่าเลยว่า แม้ว่าอินเตอร์ มิลาน จะมีโครงสร้างทีมที่ดี แต่เหมือนขาดอะไรไปอย่างทำให้ฉีกตัวเองขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์แชมป์กับยูเวนตุสไม่ได้อีกเลย แต่พอเปลี่ยนโค้ชมาเป็น อันโตนิโอ คอนเต้ โคตรจอมเขี้ยวแท็คติคที่กลับมาจากเชลซี ต้องบอกเลยว่า เค้าเป็นผู้กอบกู้อย่างแท้จริง ซีซั่นนี้ คอนเต้ ปลุกชีพทำให้อินเตอร์ เล่นดีแบบผิดหูผิดตาเอามาก จะบอกว่าเค้าเป็นคนกอบกู้ให้อินเตอร์ ยกระดับขึ้นมาคว้าแชมป์ลีคได้ก็คงจะไม่ผิดนัก
ยกระดับการเล่นให้เน้นผลการแข่งขัน
การทำงานของคอนเต้ ต้องยอมรับเลยว่า แท็คติคเขี้ยวลากดินมาก บวกกับการเล่นที่เน้นเกมรับให้แน่นขึ้น เลยทำให้อินเตอร์ มิลาน สามารถเก็บผลการแข่งขันตามที่ต้องการได้ ผ่านไปหนึ่งในสามของฤดูกาลพวกเค้าแพ้เพียงเกมเดียวต่อยูเวนตุสเท่านั้นเอง นอกนั้นพวกเค้าเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการได้หมด นั่นทำให้พวกเค้ายืนหายใจรดต้นคอยูเวนตุสด้วยผลต่างไม่เกินสามคะแนน หากยูเวนตุสเล่นไม่ดีก็พร้อมจะแซงขึ้นไปได้ทุกเมื่อ
เสริมทัพดี มาแล้วใช้ได้เลย
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เราเห็นว่า ผู้จัดการทีมสำคัญมากของกรณี อินเตอร์ มิลาน ก็คือ สายตาในการซื้อตัวนักเตะ คอนเต้ ซื้อนักเตะเข้ามาหลายคนรวมถึงแบบยืมด้วย หลายคนอาจจะมองว่าแพงเกินจริงแต่ซื้อมาแล้วใช้ได้เลยก็ถือว่าคุ้มค่า อย่างดีล ลูคาคู ซื้อมาก็ลงเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมได้เลยทำประตูได้อย่างต่อเนื่องด้วย หรือดีลมัตเตโอ โปลิตาโน่ ซื้อมาจากซาสซูโอโล่ นี่ก็ใช่ จากกรณีของอินเตอร์ มิลาน กลับมาบินสูงจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้จัดการทีมจึงสำคัญ

แทงบอลออนไลน์ด้วยการเลือกเล่นบอลต่อ ราคาน้ำดีจึงน่าลงทุน

ใครที่สนใจอยาก แทงบอลออนไลน์การเลือกเล่นบอลต่อ บอลที่ถือว่ามีความได้เปรียบในแง่ของความเป็นต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นเจ้าบ้าน บอลไร้พ่าย หรือบอลที่ทำสกอร์มาอย่างต่อเนื่อง หลายคนจึงเลือกที่จะลงทุนกับบอลต่อ เพียงแต่เมื่อเราเดิมพันลงไปแล้วก็ควรเลือกราคาบอลต่อที่มีโอกาสทำกำไร หรือเลือกราคาที่มีโอกาสเกิดกำไรขึ้นมาในแต่ละครั้ง รวมถึงจะต้องเลือกราคาที่ไม่มีความเสี่ยงมากเกินไป ในการเอามาเป็นทางเลือกให้เราทำกำไร แม้ว่าราคาต่างๆที่เปิดออกมาสำหรับบอลต่อ จะเป็นราคาที่สูงมากกว่าจะเลือกเดิมพันกับบอลรองก็ตาม
ปกติของบอลต่อเมื่อเปิดราคาออกมา ในเว็บแทงบอลทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น SBOBET หรือเว็บแทงบอลไหนก็ตาม ราคาที่มีการต่อสูงสุด จะได้ค่าน้ำที่สูงสุดไปตามสัดส่วนเช่นเดียวกัน เช่นบอลเปิดราคาต่อมาอยู่ที่ครึ่งลูก ครึ่งควบลูกและ 1 ลูก สำหรับราคา 1 ลูกแล้วก็จะเป็นราคาที่ได้ น้ำดีมากที่สุด แต่ ใครที่ชื่นชอบบอลต่อ อยากทำกำไรกับบอลที่มีความได้เปรียบเหล่านี้ ควรจะต้องลดความเสี่ยงลงด้วย เพราะหากบอลมีการเปิดราคามาในสัดส่วนที่มีความเสี่ยง หรือราคาที่ค่อนข้างเสมอไม่มีความได้เปรียบเสียเปรียบเช่นเปิดราคาต่อ 1 ประตูมาโดยการเปิดค่าน้ำมาอยู่ที่ 0.8 และเปิดราคาต่อลูกควบครึ่งหรือ 1.25 มาอยู่ที่น้ำ 0.9 หลายคนคิดว่าบอลต่อคงจะชนะแน่นอนแต่ด้วยสัดส่วนของราคาน้ำที่ไม่ได้ห่างเกินไปมากนัก แค่เพียง 0.1 มันก็ถือว่าน่าสนใจที่เราจะปรับลดความเสี่ยงลงมาด้วยการเลือกที่จะเดิมพันกับราคาต่อ 1 ลูกซึ่งส่งผลดีกับการเดิมพัน
บอลต่อใน SBOBET ไม่ว่าน้ำดีแค่ไหน นักพนันก็ควรจะต้องเผื่อโอกาสไว้ด้วยว่า หากบอลไม่มีสกอร์เกิดขึ้นมันจะทำให้เราเสียเงินลงไปมากน้อยตามสัดส่วนของการเดิมพันเหล่านั้น ที่จะแตกต่างกับบอลรอง แค่เพียงอยู่นิ่งๆยันไม่ให้บอลต่อบุกเข้ามาทำประตูก็มีกำไรขึ้นมาแต่สำหรับบอลต่อแล้วมันจะต้องเกิดประตูขึ้นเท่านั้น เราจึงจะมีกำไร มันจึงต้องขึ้นอยู่กับความถนัดของนักพนันแต่ละคน ว่าจะสามารถเอาความได้เปรียบที่มีเอามา แทงบอลออนไลน์ ให้มีกำไรได้ขนาดไหนโดยเฉพาะการเลือกเอาความได้เปรียบจากการเข้าไปใช้งาน SBOBET มันจะมีโอกาสที่ดีมากขึ้น

ตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้า เชลซีไม่ควรปล่อยเชส ฟาเบรกัสออกจากทีม!

ถ้าหากพูดถึงหนึ่งในนักเตะที่ถือว่าเป็นตัวหลักและเป็นกำลังหลักให้กับทีมเชลซีในช่วงหลายปีหลังที่ผ่านมานั้น สำหรับเชส ฟาเบรกัส ถือว่าเป็นหนึ่งในนักเตะตัวหลักที่เชลซีขาดไม่ได้ในแดนกลางเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งในยุคของโฆเซ่ มูริญโญ่ และอันโตนิโอ คอนเต้ ทั้งสองกุนซือมักจะเลือกใช้เชส ฟาเบรกัสเป็นตัวทำเกมในแดนกลางบ่อยครั้ง แต่ดูเหมือนสำหรับเชลซีในยุคของกุนซือคนใหม่อย่างเมาริซิโอ้ ซารี่นั้น เชส ฟาเบรกัสได้กลายเป็นตัวเลือกสำรองเท่านั้น
ดังนั้นสำหรับในบทความนี้ เลยจะมาพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับเชส ฟาเบรกัสกันหน่อย เพราะหลังจากที่ฤดูกาลใหม่นี้ เชส ฟาเบรกัส ดูจะได้รับโอกาสในการลงสนามน้อยลง เพราะกุนซือ เมาริซิโอ้ ซารี่ได้เลือกทางด้าน จอร์จินโญ่เป็นตัวหลักในการทำเกมในแดนกลางแทน ทำให้มีกระแสข่าวว่า เชส ฟาเบรกัส อาจจะเลือกย้ายออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้า ซึ่งสำหรับส่วนตัวนั้นมองว่า ตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้านี้ เชลซีไม่ควรปล่อยเชส ฟาเบรกัสออกจากทีม
สำหรับเหตุผลว่าทำไม ถึงมองว่า เชลซีไม่ควรปล่อยเชส ฟาเบรกัสออกจากทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบหน้านั้น นั่นก็เพราะมองว่า ตอนนี้เชลซีในยุคใหม่ของกุนซือ เมาริซิโอ้ ซารี่นั้น ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ เพราะทีมยังต้องใช้เวลาในปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นใหม่อีกซักระยะ เลยมองว่า การมีเชส ฟาเบรกัสไว้คอยช่วยทีมในแดนกลางอีกคน น่าจะเป็นผลดีต่อเชลซีมากกว่า เพราะหลังจากที่ดูฟอร์มการเล่นของเชลซีในช่วงที่ผ่านมา มีหลายครั้งที่การทำเกมในแดนกลางของเชลซี ยังดูไม่ค่อยหลากหลาย ซึ่งมองว่าจุดนี้ หากมีเชส ฟาเบรกัส คอยลงมาช่วยอีกคน จะทำให้การทำเกมในแดนกลางของเชลซีมีความหลากหลายยิ่งขึ้น เพราะเชส ฟาเบรกัส ยังเป็นนักเตะที่วางบอลและผ่านบอลได้เยี่ยมอยู่ และเชลซีเองก็มีแข่งหลายรายการ อย่างน้อยมีเชส ฟาเบรกัสไว้คอยสลับกับจอร์จินโญ่
ถ้าพูดถึงเกี่ยวกับเว็บแทงบอลออนไลน์อย่าง sbobet หลายๆคนที่ไม่เคยใช้บริการเว็บนี้ คงจะคิดว่า sbobet เป็นเว็บสำหรับแทงบอลออนไลน์อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งจริงๆแล้ว sbobet ไม่ได้มีแค่ฟุตบอลให้เดิมพันกันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทางเว็บยังมีการพนันชนิดอื่นๆให้เลือกเล่นมากมายอีกด้วย ซึ่งถ้าเมื่อเทียบกับแทงบอลออนไลน์อื่นๆแล้ว sbobet ค่อนข้างมีการพนันให้เลือกเล่นมากกว่าหลายเว็บเลย ซึ่งถ้าใครที่ชอบเล่นพนันหลายๆอย่าง sbobet ถือว่าเป็นเว็บที่ตอบโจทย์เลย

ความยอดเยี่ยมของ “ฟาน ไดค์” ที่ทำผลงานให้กับ “ลิเวอร์พูล”


ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาหลายคนแสดงความกังขาว่ามันจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หรือไม่ กับการที่พวกเขายอมควักกระเป๋าเป็นเงินสูงถึง 75 ล้านปอนด์
(ประมาณ 3,375 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน จนทำให้ ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดของโลก อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ฟาน ไดค์ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว
ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ ลิเวอร์พูล ใช้ไปเพื่อเป็นค่าตัวของเขามันไม่สูญเปล่า หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่น จนช่วยให้ “หงส์แดง” เป็นรองจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก อยู่ในตอนนี้ ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าตรง
จุดไหนบ้างที่ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ทำได้แข็งแกร่ง โดยเราไม่ได้มาพูดถึงความโดดเด่นของเขาเฉย ๆ แต่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการจาก พรีเมียร์ลีก มายืนยันด้วย

ในฤดูกาลนี้ “ฟาน ไดค์” เข้าสกัดใส่คู่แข่งไปแล้วทั้งหมด 13 ครั้ง ซึ่งดูเผิน ๆ แล้วตัวเลขมันอาจจะน้อย แต่ส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะทีมใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล ไม่ต้องเล่นเกมรับมากเท่ากับทีมอื่น ๆ จนทำให้เกมรับ
ไม่เจองานหนักมากเกินไป ที่สำคัญกว่าเรื่องการเข้าสกัด คือความแม่นยำในการทำอย่างนั้น ซึ่งดาวเตะวัย 27 ปี ก็ทำผลงานตรงจุดนี้ได้น่าประทับใจสุด ๆ เพราะเขามีเปอร์เซ็นต์เข้าสกัดสำเร็จในพรีเมียร์ ลีก
สูงถึง 77 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ขณะที่ อิดริสซ่า กาน่า เกย์ ดาวเตะ เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นคนที่เข้าสกัดมากที่สุดในตอนนี้ของศึก พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่น 2018-19 มีเปอร์เซ็นต์การเข้าสกัดสำเร็จอยู่ที่ 60 เปอร์เซ็นต์
โดย เกย์ ทำการสกัดไป 57 ครั้ง แน่นอนว่าการเข้าสกัดได้แม่นยำมันทำให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูได้ และไม่เสียฟาวล์ด้วย ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้ ลิเวอร์พูล จะเพิ่งเสียประตูในลีกไปเพียงแค่ 5 ลูกเท่านั้น

ด้วยส่วนสูง 193 เซนติเมตรของฟาน ไดค์ และร่างกายที่ดูแข็งแกร่ง ทำให้การเล่นลูกกลางอากาศถือเป็นจุดเด่นของ ฟาน ไดค์ ตั้งแต่สมัยที่เขาอยู่กับ เซลติก และ เซาธ์แฮมป์ตัน แล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ตัดสินใจเทเงินดึง ฟาน ไดค์ มาร่วมทีม หลังจากมาสวมเสื้อของ ลิเวอร์พูล แล้วนั้น ฟาน ไดค์ ก็ยังทำได้โดดเด่นในด้านนี้ โดยในฤดูกาล 2018-19 เขาชนะเวลาแย่งบอลกลางอากาศ
ได้ถึง 44 ครั้ง และแพ้เพียง 22 หน ซึ่งถ้าเทียบกับเฉพาะบรรดาทีมในกลุ่มท็อปซิกซ์ (ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) แล้วล่ะก็ เขาก็ถือเป็นนักเตะที่ชนะ
การดวลกลางอากาศมากที่สุดเป็นอันดับ 2 เป็นรองแค่ ชโคดราน มุสตาฟี่ ปราการหลังชาวเยอรมันของ อาร์เซน่อล เพียงคนเดียวเท่านั้น โดย มุสตาฟี่ ทำได้ 48 หน

“ฟาน ไดค์” ยังเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายด้วยการโหม่งได้ถึง 31 ครั้ง จากการเคลียร์บอลรวมทั้งหมด 67 หนด้วย ซึ่งในกลุ่มท็อปซิกซ์เขาก็โหม่งเคลียร์บอลแพ้เพียง มุสตาฟี่ กับ ดาวิด ลุยซ์ ปราการหลัง เชลซี เท่านั้น
เขาว่ากันว่าคนเป็นกองหลังต้องรับมือกับสถานการณ์ที่สำคัญ อย่างเช่นการดวลกับคู่แข่งแบบตัวต่อตัวให้ได้ ซึ่ง ฟาน ไดค์ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมในด้านนี้ เพราะเขาชนะจังหวะดวลกับคู่แข่งถึง 64 หนเลยทีเดียว นอกจากนี้
ในจังหวะแบบ 50/50 เจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกก็ยังตัดบอลได้สำเร็จถึง 2 ครั้งด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ยังไม่เคยเล่นผิดพลาดจนนำไปสู่การทำให้ทีมเสียประตูแม้แต่ครั้งเดียวอีกต่างหาก
ขณะที่ในด้านการตามไปเก็บบอลที่หลุดออกมาจากการครองบอลนั้น ฟาน ไดค์ ก็ยังทำได้ถึง 58 ครั้งด้วย ซึ่งการทำอย่างนั้นได้มันช่วยให้ทีมไม่ต้องเจอกับความกดดัน และสามารถเปิดเกมบุกได้นั่นเอง