การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ แท็คติคส์ โซลชา

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ แท็คติคส์ โซลชา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเดินหน้าเข้าสู่ช่วงหฤโหด ที่หากผลงานไม่ดี มีสิทธิ์ร้อนถึงผู้จัดการทีมอย่าง โซลชาร์ โดนเด้งได้เลย แต่สองนัดแรกผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นเกมเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-1 ต่อด้วยชนะ ปารีส 2-1 ในเกม UCL ในวันที่ชนะอย่างนี้ก็ต้องชมโซลชาร์ด้วย อย่างไรก็ตามหากมองจากแท็คติค การเปลี่ยนตัวมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเรื่องนี้ที่เราต้องหยิบมาพูดกัน

การเปลี่ยนฟอร์เมชั่น

สิ่งแรกที่แฟนผีหลายคนก็คิดว่าคงจะไม่ได้เห็นก็คือ การเปลี่ยนฟอร์เมชั่น ตามทีมที่จะได้เจอ เอาแค่สองเกมนี้ไม่น่าเชื่อว่า ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ความกดดันยังเต็มสิบเหมือนเดิม โซลชาร์ ยังกล้าที่จะเลือกฟอร์เมชั่นใหม่เข้าไปให้สอดคล้องกับสถานการณ์ กับเกม นิวคาสเซิ่ล ใช้ฟอร์เมชั่นที่ถนัดอย่าง 4-2-3-1 เพื่อทำประตู เอาชนะให้ได้ ซึ่งก็ทำได้ตามเป้าแม้ว่าจะช้าไปหน่อย ส่วนเกม UCL กับ ปารีส เป็นเกมที่พวกเค้าจะต้องยาก และอาจจะต้องรับแล้วรอสวนจะดีกว่า ก็ปรับหมากมาเป็น 3-5-2 นักเตะก็ทำตามได้ดี ตามแท็คติคส์เป๊ะเลย การเปลี่ยนแบบนี้ถึงจะเสี่ยงแต่มันทำให้ฝ่ายตรงข้ามจับทางได้ยากมาก

เลือกนักเตะจากสถานการณ์

ถ้าใครยังจำกันได้ แมนยูในช่วงที่กลับมาเล่นหลังจากสถานการณ์โควิท 19 โซลชาร์ เลือกใช้ฟอร์เมชั่น แท็คติคส์ และ นักเตะแบบเดิม เกือบทุกเกม แม้จะมีผลงานที่ดี แต่ช่วงก่อนปิดซีซั่นก็พอให้เห็นว่าโดนดักทางได้เหมือนกัน แต่มาสองเกมล่าสุดนี้ โซลชาร์ เลือกที่จะโรเตชั่นนักเตะ เลือกส่งนักเตะลงเล่นตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเกมกับนิวคาสเซิ่ล ก็ดร็อปกรีนวู้ด แล้วส่งมาต้าลงแทน เกมUCLกับ ปารีส กล้าๆดร็อป แมกไกรว์, ป็อกบาไปสำรอง ก่อนที่รายหลังจะได้ลงสนามตอนครึ่งหลัง

การปรับแท็คติคกลางเกม

เกมที่พวกเค้าชนะไบร์ทตันในวินาทีสุดท้ายจากจุดโทษ แม้จะเจ็บปวด แต่ทำให้ โซลชาร์ อัพเกรดตัวเองอีกขั้นด้วยการปิดเกมด้วยการเลือกที่จะครองบอล มากกว่า อุดอย่างเดียว เกมกับนิวคาสเซิ่ล เห็นชัดเลย การส่ง ป็อกบา, ฟาน เดอ บีค และ มาติช เปลี่ยนตัวในครึ่งหลังเพื่อเน้นการครองบอลให้มากแล้วสวนกลับ จนเป็นที่มาของ 3 ประตูช่วงท้ายเกม หรือ เกมกับปารีส ก็ทำคล้ายๆกัน ถือว่าเป็นเรื่องดี มายืนอุดก็เท่ากับรอโดนนั่นแหละ อันนี้ต้องชม

Leave a Reply

Your email address will not be published.